Nitan Story
นิทานเจ้าหญิงเจ้าชาย

นิทานเรื่อง ราพันเซล เจ้าหญิงผมยาวกับโจรซ่าจอมแสบ

เจ้าหญิงราพันเซล (Princess Rapunzel) : เจ้าหญิงผมยาวกับโจรซ่าจอมแสบ

ณ เมืองแห่งหนึ่ง มีพระราชาและราชินีที่กำลังป่วยหนัก แต่เมืองแห่งนี้มีตำนานของดอกไม้วิเศษดอกหนึ่งที่นานหลายร้อยปีจะบาน ซึ่งละอองเกสรของดอกไม้นี้สามารถรักษาได้ทุกอย่าง พระราชาได้สั่งให้เหล่าทหารไปหาและนำเกสรของดอกไม้นี้มาให้ได้ดอกไม้นี้ได้บานที่เชิงผาริมมหาสมุทร แต่ดอกไม้นี้ได้ถูกค้นพบโดยหญิงชราคนหนึ่ง ชื่อว่า “กอเทล” ที่ต้องการจะรักษาความสาวของตนไว้และได้ซ่อนดอกไม้นี้ไว้เพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์เพียงผู้เดียวโดยการนำตะกร้ามาปิดเอาไว้

และเมื่อเหล่าทหารของพระราชาแห่กันมา ทำให้หญิงชราคนนี้ตกใจปัดเอาตะกร้าใบนั้นตกไปทำให้เหล่าทหารค้นเจอและได้ขุดดอกไม้นี้ไปไว้ในวังเกสรนี้ได้นำไปถวายให้ราชินีที่กำลังป่วยหนัก ได้ดื่มทำให้พระนางหายจากโรคร้ายและหลังจากนั้นไม่นานก็ได้ให้กำเนิดธิดาที่เกิดมาพร้อมกับผมสีทองอร่ามดั่งสีของละอองเกสรดอกไม้วิเศษมีนามว่า “ราพันเซล (Rapunzel)”

เมื่อหญิงชราทราบว่าดอกไม้วิเศษได้ไปอยู่ในเส้นผมของเจ้าหญิงน้อยในคืนนั้นจึงทำการลอบเข้าไปในพระราชวังเพื่อทำการตัดผมของราพันเซล แต่ทว่าเมื่อตัดแล้วทำให้ผมกลับเป็นสีน้ำตาลหมดอิทธิฤทธิ์ไปทำให้นางตัดสินใจลักพาตัวเจ้าหญิงไปจากวัง นางได้นำเจ้าหญิงราพันเซลไปซ่อนและได้ทำการเลี้ยงดูเฉกเช่นลูกในหอคอยสูงในป่าใหญ่ เพื่อหลบซ่อน ไม่ให้เหล่าทหารหาเจอหญิงชราได้ใช้อิทธิฤทธิ์จากผมของราพันเซลโดยการขับร้องเพลงเพลงหนึ่งจะทำให้ผมของเจ้าหญิงส่องแสงสีทองอร่าม และนางก็สามารถกลับมาเป็นสาวอีกครั้ง

ทางด้านเจ้าหญิงราพันเซลที่ต้องอาศัยอยู่แต่ข้างในหอคอยทุกๆปีนางจะได้เห็นโคมไฟลอยฟ้าที่พระราชาและพระราชินีรวมทั้งเหล่าประชาชนได้ลอยในวันเกิดของนาง และพระองค์ทั้งสองก็หวังว่าจะได้เจอกับเจ้าหญิงน้อยสักวัน ส่วนราพันเซลก็แอบหวังว่าสักวันนางจะได้ออกมาสู่โลกภายนอกและได้ไปดูโคมไฟลอยฟ้าใกล้ๆสักครั้งหนึ่งในชีวิต

เมื่อเวลาล่วงเลยมาประมาณ 15 ปี ณ ใจกลางของเมือง มีโจรเจ้าเล่ห์อยู่ 3คนคือโจรฝาแฝดหน้าตาเถื่อนๆ และ “ฟลินน์” จอมโจรหน้าหล่อ ทั้งสามมีหมายประกาศจับมากมาย เป็นที่หมายตัวของตำรวจ ได้ร่วมกันวางแผนที่จะไปขโมยมงกุฎที่ว่ากันว่าเป็นของเจ้าหญิงที่หายไปทั้งสามได้ลอบเข้าไปในพระราชวังและขโมยมันออกมาได้ แต่เหล่าทหารก็ไม่พลาดที่จะไล่ตาม

เมื่อวิ่งกันไปถึงในป่า ฟลินน์ก็ได้แอบเอามงกุฎจากโจรแฝดและหนีเข้าไปในป่าลึกแต่ได้นายพลคนหนึ่งพร้อมกับม้าทีแสนฉลาด ชื่อว่า “แม็กซิมัส” ไล่กวดมาติดๆแต่ก็คลาดกัน ฟลินน์ได้พลัดหลงเข้าไปในทางลับแห่งหนึ่ง และได้พบกับหอคอยสูงใหญ่ที่ไม่มีทางขึ้น

เขาได้ไปเห็นกอเทล หญิงชราในคราบหญิงสาวที่กลับโรยตัวลงมาจากหอคอย โดยการห้อยตัวลงมากับผมของใครสักคนที่ยาวเอาการ เมื่อเห็นว่ากอเทลได้ออกไปแล้ว เขาก็ได้เรียกคนที่อยู่ข้างบนเช่นเดียวกับที่กอเทลทำ แล้วก็มีผมหย่อนลงมาจริง เขาจึงโหนขึ้นไป โดยที่ราพันเซลไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคนที่กำลังขึ้นมานั้นไม่ใช่แม่ของตน! ด้วยความตกใจราพันเซลได้ ทำการเอากระทะฟาดเข้าที่หน้าของฟลินน์ ทำให้เข้าสลบไป

เมื่อได้เริ่มเดินทางไป ฟรินได้พาราพันเซลไปยังผับที่อยู่ในป่าแห่งหนึ่งที่มีพวกโจรป่า และนายพรานที่มีหน้าตาน่ากลัวสุดๆ แต่เมื่อได้พูดคุยกับราพันเซลแล้ว ก็รู้สึกถูกคออย่างน่าประหลาด เนื่องด้วยทุกๆคนมีความใฝ่ฝันในชีวิตเหมือนกัน เหมือนกับที่ราพันเซลมีความใฝ่ฝันว่าอยากไปดูโคมลอยนั่นเอง และทุกคนก็ร่วมกันร้องเพลงมีฝันกันอย่างเพลิดเพลิน

แต่โชคไม่ค่อยเข้าข้างนักที่มีพวกทหารและนายพลที่มากับม้าคู่ใจเขาก็คือ “แม็กซิมัส” นี่เอง ที่ได้มาเยี่ยมเยือนพวกเขาในผับ แต่ด้วยความใจดีของคนในผับที่เข้าใจความรู้สึกของราพันเซลแล้ว พวกเขาได้บอกทางลับที่มีทางทะลุไปถึงเขื่อนแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความแสนรู้ของแม็กซิมัสจึงตามทั้งสองไปได้ทัน และทำการวิ่งไล่จับกันอย่างอลหม่าน จนถึงขั้นทำเขื่อนพังกันเลยทีเดียว

ทำให้ฟลินน์และราพันเซลได้ไปติดอยู่ในถ้ำที่มืดมิดและกำลังจะเต็มไปด้วยน้ำ ทั้งคู่คิดวิธีที่จะออกมากันอยู่นานจนน้ำท่วมทั้งถ้ำ ราพันเซลได้ร้องเพลงที่นางกอเทลชอบร้องให้ฟัง ทำให้ผมของนางเรืองแสงเผยให้เห็นทางออกจากถ้ำทำให้รอดไปด้วย ทำให้ฟลินน์ตกใจมาก ครั้งนี้ฟลินน์ได้รับบาดแผลที่มือของเค้า ราพันเซลจึงทำการรักษาให้เขาโดนการนำผมไปพันไว้ที่มือของฟลินน์แล้วร้องเพลง เรื่องนี้ยิ่งทำให้ฟลินน์ตกใจเข้าไปใหญ่ ราพันเซลจึงเล่าให้ฟังถึงชีวิตในหอคอยของตน เย็นวันนั้นทั้งสองได้ตั้งที่พักกันในป่า

ณ หอคอยสูง กอเทลได้กลับมายังหอคอยและทำการเรียกราพันเซลอยู่นานสองนานทำให้สงสัยว่าราพันเซลได้หนีจากนางไปแล้ว เมื่อนางไปขุดประตูที่ได้ทำการปิดตายมานานและ ขึ้นไปยังหอคอยทำให้รู้ว่าราพันเซลได้หนีไปแล้ว นางได้พบถุงของฟลินน์ที่ใส่มงกุฎเจ้าหญิง นางหวาดวิตกกับเรื่องที่นางจะไม่สามารถใช้พลังวิเศษจากผมของราพันเซลได้อีก ทำให้นางได้ออกตามหานางในป่า บังเอิญได้ไปพบเจอโจรแฝดผู้ที่เคยร่วมปล้นกับฟลินน์ นางได้วางแผนร่วมมือกับโจรทั้งสองโดยนางจะได้ตัวราพันเซลไป และโจรทั้งสองก็จะได้แก้แค้นกับฟลินน์ที่ทรยศพวกเขา

ด้วยความบังเอิญนางโกเทลได้มาพบกับราพันเซล ในขณะที่ฟลินน์กำลังออกมาหาฟืนอยู่ในป่าและได้ทำการต่อรองกับราพันเซลให้กลับไปกับนาง และลืมฟลินน์เสีย และให้เชื่อฟังนางเหมือนเดิม แต่ราพันเซลกลับปฏิเสธ เพราะเชื่อว่าฟลินน์รักตนจริง กอเทลจึงมอบมงกุฏเจ้าหญิงให้กับราพันเซล พร้อมทั้งท้าทายว่า หากราพันเซลมั่นใจว่าฟลินน์รักตนจริง ก็จงนำมงกุฏนี้ไปมอบให้ แล้วดูสิว่า ฟลินน์จะทิ้งนางรึเปล่า ก่อนที่จะจากไป และปล่อยราพันเซลไว้กับความลังเลใจเช้าวันรุ่งขึ้น ระหว่างการเดินทางพวกเขาได้เจอกับแม็กซิมัสที่พลัดหลงกับเจ้าของของมัน ด้วยความซื่อสัตย์และมุ่งมั่นที่จะจับตัวฟลินน์ จึงจะเข้าไปโจมตีแต่ถูกราพันเซลขวางไว้และทำการเกลี้ยกล่อมจนแม็กซิมัสยอมร่วมเดินทางไปแต่โดยดี

เมื่อราพันเซล ฟลินน์และพวกพ้องเดินทางมาถึงตัวเมือง เธอตื่นเต้นมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเธอ ทำให้ราพันเซลเที่ยวเล่นอยู่ในเมืองและ ได้ร่วมร้องเล่นเต้นรำกับชาวเมืองอย่างสนุกสนาน ค่ำวันนั้นได้มีการฉลองวันเกิดของเจ้าหญิงที่หายไป และจะมีการลอยโคมไฟ ทำให้ราพันเซลยิ่งทวีคูณความตื่นเต้นขึ้นไปเรื่อยๆ

เมื่อใกล้เวลาจะปล่อยโคมลอย ฟลินน์ได้พาราพันเซลพายเรือออกไปกลางทะเลสาบ เมื่อถึงเวลา ณ จุดที่ทั้งสองอยู่ทำให้เห็นโคมลอยที่ชาวเมืองลอยขึ้นอย่างชัดเจน และเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกสุดๆ ทำให้ทั้งสองเกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน หลังจากดูโคมลอยและได้ลอยโคมแล้วก็ได้พายเรือกลับไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ฟลินน์ได้ถูกแยกตัวออกไปจากราพันเซลและถูกโจรแฝดขู่ทำร้าย ด้วยแผนของกอเทล นางหลอกราพันเซลโดยการให้สองโจรแฝดมาทำร้ายแล้วนางก็เข้ามาช่วยไว้ และใส่ร้ายว่าฟลินน์เป็นคนบงการทั้งหมด ทำให้ราพันเซลเข้าใจผิดและเสียใจมาก หลังจากนั้นกอเทลได้พาตัวราพันเซลกลับไปยังหอคอยดังเดิม

ทางด้านของฟลินน์ ถูกโจรทั้งสองเอาคืนโดยการส่งตัวเขาให้กับทหารและจะได้รับการประหารในวันรุ่งขึ้น เมื่อเวลานั้นมาถึง ก่อนที่ฟลินน์จะถูกพาตัวไปประหาร จู่เหล่าทหารที่เฝ้าห้องจังก็ถูกลอบทำร้ายกันไปทีละคนๆ ทำให้ฟลินน์แปลกใจ แต่ในไม่ช้าคำตอบนั้นก็ปรากฏ เขาคือ พวกคนในผับนั่นเอง พวกเขายังคงไม่ลืมฟลินน์และต้องการจะช่วยทั้งสองทั้งฟลินน์ ทั้งราพันเซล เมื่อเขาหนีออกมาจากการประหารได้แล้ว เขาก็รีบตรงดิ่งไปยังหอคอยสูงทันที

เมื่อเขามาถึงหอคอย เขาได้เรียกราพันเซลและผมก็ถูกหย่อนลงมา เขาโล่งใจว่าราพันเซลยังปลอดภัย เมื่อขึ้นไปถึงข้างบนหอคอน เขาก็ได้เจอกับกอเทล และนางปองร้ายเขา เกิดการต่อสู้ขึ้นระหว่างฟลินน์และกอเทล แต่โชคร้ายที่ฟลินน์โดนนางกอเทลแทงที่หน้าท้อง ด้วยความตกใจทำให้ราพันเซลรีบเข้าไปประคองเขาไว้และด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย ฟลินน์ได้ คว้าเอาเศษแก้วข้างตัวมา แล้วตัดผมของราพันเซลออก ทำให้ผมของนางกลับกลายเป็นสีน้ำตาลทั้งหมด

เมื่อตัดผมสีทองไปแล้ว ผมของราพันเซลก็หมดอิทธิฤทธิ์ใด นางกอเทลเห็นอย่างนั้นจึงตกใจ ทำให้นางหวาดกลัวที่กลับไปชราเหมือนเดิม จึงทำให้นางสะดุดและตกหอคอยไปในที่สุด เมื่อมนต์วิเศษแห่งดอกไม้สีทองได้หายไปทำให้ร่างของกอเทลกลับกลายเป็นเถ้าทุลี ด้วยความเสียใจที่ฟรินสิ้นลม ราพันเซลได้แต่โอบกอดเขาไว้ น้ำตานองหน้าและน้ำตาของนางได้หยดลงไปสัมผัสกับแก้มของฟริน ปรากฏให้เห็นประกายสีทองขึ้น พลังแห่งดอกไม้สีทองยังอยู่! ฟลินน์ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งสองดีใจมาก และโผเข้าโอบกอดกันอย่างอบอุ่น

ฟลินน์ได้รู้ความจริงว่า ราพันเซลคือเจ้าหญิงที่หายไปและได้พานางกลับไปที่วัง พานางไปพบกับพระราชาและพระราชินี เมื่อทั้งสามได้พบกัน ราชินีจำได้ทันทีว่าเด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือลูกแท้ๆของนางที่หายไป นางก็รีบเข้ามากอดเธอไว้แน่นๆรวมถึงพระราชาด้วย หลังจากนั้นก็ได้มีงานเลี้ยงเฉลิมฉลองของการกลับมาของเจ้าหญิงอย่างสนุกสนาน และท้ายที่สุดนี้ราพันเซลและฟลินน์ ทั้งสองได้แต่งงานกันและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป..

…..Happy Ending…..

.

Credit by: https://tangledfc.wordpress.com
Photo Credit by: Walt Disney Pictures @youtube.com/watch?v=p9xubGz57mA

Related posts

นิทานอีสป เรื่องเจ้าชายกับแมว

Admin

นิทานเรื่อง เจ้าชายกบ

Admin

นิทานเรื่อง ซินเดอเรลล่า (Cinderella)

Admin